คอนโด, บ้านจัดสรร, บ้านโครงการ,คอนโดมิเนียม,บ้านเดี่ยว, บ้านมือสอง,บ้านเช่า,ขายบ้าน, ที่ดิน, ตกแต่งบ้าน
อัพเดตล่าสุดวันที่ 24/6/2567
หน้าแรก | บ้าน คอนโด บ้านมือสอง | ประกาศ ซื้อขายบ้าน คอนโด ที่ดิน | สินเชื่อ | ตกแต่งบ้าน | เรื่องน่ารู้ | ไลฟ์สไตล์ | ลงประกาศซื้อขายฟรี
 
User Name
Password
เมนูหลัก
สมัครสมาชิก ลงประกาศ
ลืมรหัสผ่าน
ลงประกาศซื้อขาย
ค้นหาประกาศซื้อขาย
คู่มือซื้อขายบ้าน
ติดต่อสอบถาม

ไประยอง ดูบัวประดับ ของ อาจารย์ธานี ปาลสุทธิ์

decorating idea design        เข้าช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ผู้คนสัญจรท่องเที่ยวไปพักร้อนตามจังหวัดต่างๆ ไม่ขาดสาย ถ้ามุ่งหน้าสู่จังหวัดระยองจะเห็นว่าตามถนนหนทางจะเห็นรถบรรทุกพืชผลแล่นผ่านกันมากมาย ตามริมทางก็มีแม่ค้านำผลไม้ออกมาขายกัน มีผลไม้จำหน่ายทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สะละ นอกจากผลไม้รสชาติดีแล้ว ระยองยังมีบัวประดับของ อาจารย์ธานี ปาลสุทธิ์ ผู้ประสบความสำเร็จในการปลูกบัวกระถาง ให้ผู้ที่ชื่นชอบบัวเข้าเยี่ยมชมอีกด้วย

อาจารย์ธานี ปาลสุทธิ์ เล่าให้ฟังว่า เดิมอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี พ.ศ. 2515 จนถึงปี พ.ศ. 2539 และย้ายมาอยู่ที่บ้านบัวงาม เลขที่ 212 หมู่ 13 บ้านวังหิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก.ม.ที่ 264 สุขุมวิท ย้ายมาเป็นเวลา 7 ปีกว่า

อาจารย์บอกว่า ตนเองเข้ารับราชการครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับบัวแต่อย่างใด ที่ทำบัวนี้เป็นเพราะใจรัก เริ่มสนใจบัวเมื่อ พ.ศ. 2530 เดิมชอบปลูกต้นไม้ พอดีเห็นบัวอยู่ในน้ำเราไม่ต้องรดน้ำทุกวันก็เลยเอามาปลูก เริ่มเอามาปลูกมี 2 สี ก็คือสีเหลืองและสีแดง เข้าใจว่าบัวนี้มีอยู่แค่สองอย่างเท่านั้น ยังไม่รู้จักชื่อที่เป็นภาษาอังกฤษนึกว่าบัวสองสีนี้เป็นพวกเดียวกันเมื่อ 18 ปีที่แล้วตอนเริ่มเล่นใหม่ๆ เคยขับรถจากฉะเชิงเทราตอนตี 4 ไปถึงลำปางเพื่อไปเอาพันธุ์บัว เห็นขึ้นอยู่ในสระน้ำข้างร้านอาหารไปถึงราชภัฏลำปาง ให้ภารโรงช่วยขุดขึ้นมายาวเป็นวาเพราะบัวมันอยู่ในสระน้ำลึกๆ พอได้บัวก็กลับมาถึงบ้านตี 4 ของอีกวัน เป็นเพราะความรักความอยากได้ถึงได้ดั้นด้นไปเอามา

"หลังจากนั้นมาก็ได้รู้จัก ดร. เสริมลาภ ปีแรกไปหาซื้อสายพันธุ์มา 5-6 ชนิด ท่านเองเป็นครูให้ตลอดจนถึงทุกวันนี้ พอบัวแตกแขนงขึ้นมาก็ลองขยายดูก็ทำได้ วันหนึ่งก็ลองไปร้านขายบัวแถวๆ ย่านจตุจักร เขาก็ซื้อขายกันอยู่ผมบอกมีบัวสนใจไหมล่ะ เขาก็สนใจ อาจารย์เริ่มทำบัวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เป็นงานอดิเรก" อาจารย์เล่า

เริ่มต้นการค้ากับการพัฒนา

อาจารย์เริ่มต้นจริงจังกับการปลูกบัวเมื่อประมาณ พ.ศ. 2532 แต่ปัญหามีอยู่ว่า ต่างประเทศเขาขายจะจัดทำแค็ตตาล็อก ใครจะซื้อก็จะเลือกจากแค็ตตาล็อก ถ้าจะซื้อเขาก็เอาหัวส่งมาให้ ได้เล็งเห็นว่าถ้าบ้านเราทำแบบนั้นคงไม่สำเร็จ ก็เลยลองคิดดูว่าจะเลี้ยงอย่างไรที่จะให้มีต้นมีดอกแล้วก็ยกให้เขาดูเลย การปลูกบัวตอนแรกใส่กระถางใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ก็ทำได้สวยสำเร็จแล้วใช้ดินที่ฉะเชิงเทราเพราะเป็นดินดีมาก ซึ่งดินค่อนข้างเหนียว เป็นดินจากท้องนา ปรากฏว่ากระถางมันใหญ่ยกไปมาไม่สะดวกมีน้ำหนักมาก หลังจากนั้นค่อยๆ หาภาชนะให้เล็กลงเรื่อยๆ จนมาได้กะละมังพลาสติก ก็เริ่มเส้นผ่าศูนย์กลางฟุตกว่าก็ยังหนักอยู่ จนมาถึงปัจจุบันนี้ลดขนาดเหลือเส้นผ่าศูนย์กลาง 25-35 เซนติเมตร สามารถจะปลูกบัวส่วนใหญ่ให้งอกงามมีดอกได้ เวลาออกขายนั้นภาชนะมีน้ำหนักเบากว่าเดิมและสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปจัดจำหน่าย

วิธีการปลูกระยะเวลาการเติบโต

อาจารย์ธานีเล่าให้ฟังว่า ในสมัยนี้ส่วนมากเขาจะใส่ปุ๋ย ออสโมโคส ลงก่อนแล้วก็ใส่ดินตามไปสูงสักครึ่งกะละมังเพราะว่าถ้าเราใส่ดินมากไปพอบัวเติบโตแล้วนั้นดินมันจะล้น ดินจะเลือกใช้ดินเหนียว แต่จริงๆ นั้น บัวสามารถขึ้นได้ดินทุกชนิด ถ้าเป็นบัวผันก็จะปลูกตรงกลางเพราะมันขึ้นตรง ถ้าเป็นบัวฝรั่งก็จะปลูกจากริมเพราะมันเลื้อยไปเรื่อย เคล็ดลับของอาจารย์ก็คือการเลือกใช้ภาชนะที่มีขนาดเล็กและทำให้มันเบาและแคบที่สุดเพื่อสะดวกในการขนส่งเพราะเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าการทำเป็นบ่อนั้น ความกว้างจะอยู่ระหว่าง กว้าง 160 เซนติเมตร ยาว 200 เซนติเมตร เลี้ยงบัวได้บ่อละประมาณ 20 ต้น เลี้ยงจนเริ่มออกดอก ระยะเวลาในการเติบโตนั้นต้องใส่ปุ๋ย 1 ครั้ง/ เดือน และรอจนกว่าจะมีดอกออกมาใหม่อีกรอบถึงจะนำออกไปขายได้ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน ถึงจะยกไปขายได้

วิธีขยายพันธุ์ : ระยะเวลาการเพาะเลี้ยง

อาจารย์ธานีบอกว่า บัวมีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือ บัวฝรั่ง ประเภทที่สอง บัวผัน ประเภทที่สาม บัวสาย และยังแนะนำอีกว่าการปลูกบัวนั้นมีพื้นที่ 1 งาน ก็เพียงพอแล้ว บัวฝรั่งจะมีหน่อ พอหน่อมันโตพอสมควรก็แยกออกมาปลูกได้ ต่างพันธุ์ก็ต่างกันออกไป ส่วนบัวผันปกติจะไม่มีหน่อจะต้องบังคับให้มันลงหัว เพราะธรรมดาบัวมันขึ้นมันจะเป็นต้นพอใบมันเหี่ยวก็จะเป็นลำต้น ไม่มีหัวต้องหาวิธีบังคับให้มันออกหัว หัวนี้จะมีลักษณะกลมมัน แล้วเอาหัวไป เพราะมันจะแตกหน่อ มันถึงจะแตกต้นใหม่ออกมา ส่วนบัวบานกลางคืนต้องรอแตกหน่อเหมือนกัน ระยะเวลาการเพาะเลี้ยงนั้นขึ้นอยู่กับฤดูซึ่งฤดูร้อนนี้บัวจะโตเร็วประมาณ 15 วัน หรือ หนึ่งเดือน หัวหนึ่งอาจจะมีหนึ่งหน่อถึงสามหน่อแล้วแต่พันธุ์ เราก็แยกหน่อออกมาปลูก

อาจารย์บอกว่า งานจะยุ่ง งานมีทั้งวันตลอดเวลา ที่เห็นว่าเตรียมใหม่นี้จะเห็นว่าสองแถวนี้มันจะงาม แถบโน้นไม่งามเพราะเพิ่งปลูกเมื่อ 10 วันที่แล้วนี้เอง ต้องทำใหม่ใส่ปุ๋ยใหม่ มันควรจะทำเมื่อเดือนที่แล้วมันทำช้าไป การใส่ปุ๋ยต้องใส่ปุ๋ยน้อยๆ ใส่เดือนละครั้งถึงจะสม่ำเสมอ แต่ว่าเราไม่มีเวลาพอที่จะทำสม่ำเสมอ บางทีเรามีเวลาใส่ปุ๋ยครั้งเดียว สองครั้ง มันก็เลยโทรมไป และที่สำคัญปลูกไปอย่างมากสุด 1 ปี จะต้องเอาต้นเอาอะไรขึ้นให้หมดแล้วเอาหน่อใหม่ปลูก เพราะว่ามันแน่นจนเราใส่ปุ๋ยอย่างไรก็งามไม่ไหว ต้นมันแน่นหมดเลยในนั้น มีบางคนเขาซื้อไปเขานึกว่าใส่กระถางสวยๆ ไปแช่น้ำ เห็นชุดเดียวก็ไม่ไหวแล้วครับถึงเราใส่ปุ๋ยลงไปใหม่ เราก็ได้อีกสักครั้งมันก็จะโทรมๆ แล้วเพราะมันเป็นไม้ใหญ่ต้องการที่กว้าง ที่นี่เราใส่ภาชนะเล็กเพียงเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย

ราคาต้นพันธุ์และรายได้เสริม

"บัวนี้มันไม่มีอะไรกำหนดที่แน่นอน อะไรที่ออกใหม่กำลังนิยมมันก็แพง อะไรที่มันเก่ามันก็ถูก ถ้ามันเก่าไปนานคนหาไม่ได้มันก็แพงขึ้นมาอีก มีมังคลอุบล มาสัก 3 ปีแล้ว รศ.ดร. ณ นพชัย ชาญศิลป์ เป็นผู้คิดค้นบัวสายพันธุ์ มังคลอุบล และนำไปประกวดเมื่อปีที่แล้วได้รับรางวัลแชมป์โลก รศ. ดร.ณ นพชัย อาจารย์ประจำวิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตรบางพระ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล นำมาให้ผมขายซึ่งผมขายได้ต้นละ 600 บาท แล้วขายได้ไม่กี่ต้นแต่ว่าผมไม่ได้จดทะเบียนผู้ที่ซื้อไปก็นำไปขยายพันธุ์ ทั้งที่บัวฝรั่งในตอนนั้นทำได้ไม่กี่คนยากมาก ราคาของบัวต่ำสุดราคา 250 บาท สูงสุดประมาณ 500 บาท เริ่มแรกที่เริ่มเล่นสโนว์บอลต้นละ 2,000 บาท มีร้านขายอยู่ที่ข้างจตุจักรอยู่สองสามร้าน การผสมพันธุ์บัวฝรั่งนั้นไม่ได้ทำเลยเพิ่งจะเริ่มทำปีนี้ขยายที่ออกไปอีกเพื่อที่จะลงพันธุ์ใหม่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสวยพอที่จะสู้ตลาดได้ไหม พันธุ์ฉลองขวัญ ซึ่ง คุณชัยพนธ์ เป็นลูกศิษย์เรียนและลูกศิษย์บัวได้ทดลองปลูกสายพันธุ์ฉลองขวัญนี้ขึ้นมาซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศอเมริกาและญี่ปุ่น" อาจารย์เล่า

ส่วนการหารายได้เสริมนั้น อาจารย์เล่าต่ออีกว่า พยายามทำเพื่อแนะนำให้ลูกศิษย์สามารถเลี้ยงชีพเลี้ยงตนเองได้ โดยเฉพาะอาจารย์เกิดมากับการเกษตรโดยส่วนตัวแล้วอาจารย์ไม่ได้ชอบแต่บัวอย่างเดียว ชอบไม้ทุกชนิด ชอบไม้ผลก็กันที่ดินเอาไว้ประมาณ 4 ไร่ ก็ปลูกต้นไม้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นพอมาดูบัวมากอันนั้นก็เสียแล้ว พอมาดูอันนั้นมากบัวเสียแล้ว นี่ก็ให้เกษตรกรตอนกิ่งไม้ขายอีก มันมากอย่างเกินไป ตอนนี้ก็มีต้นตะขบ ต้นมะเฟือง ตะขบนี้สำหรับคนกินไม่ใช่ตะขบนก ลูกมันจะใหญ่หน่อย คนที่มาลองกินทุกคนจะชอบหมดเลยไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย ไม้ผลชนิดอื่นก็มี มะเฟือง ตะขบ น้อยหน่าเพชรปากช่อง แก้วมังกร ขนุน ส้ม มะละกอ และยังปลูกชมพู่เป็นหลัก มีพันธุ์น้ำดอกไม้และทับทิมจันท์

การดูแลรักษา

ถามว่าการใส่น้ำควรใช้อย่างไร

อาจารย์ก็บอกว่า การใส่น้ำในการปลูกบัวนั้นถ้าตามทฤษฎีน้ำต้องขุ่นนิดหน่อย บัวจะชอบมากที่สุด เรื่องขุ่นเรื่องใสไม่สำคัญ สำคัญมากที่สุดคือตะไคร่น้ำมันขึ้นเยอะ ต้องล้างกันอยู่บ่อยๆ เรื่องแมลงก็ไม่ค่อยมีเท่าไร ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเรื่องโรคจุดสีน้ำตาลมันกินใบแล้วก็ไม่สามารถรักษาให้มันหายได้ เหตุเพราะว่าเราใช้ยาแก่มากใบมันก็แพ้ยาไหม้หมด ถ้าเราใช้ยาอ่อนโรคก็ไม่ตาย ถ้าเราพ่นยาน้อยน้ำก็ไม่ทั่วใบ ถ้าเราพ่นยามากน้ำก็ไหลเข้าใบรักษายากมาก

เสน่ห์ดึงดูด

"บัวพอเห็นน้ำก็ชื่นใจแล้ว แต่ที่น่าดึงดูดคือความบริสุทธิ์ของสีของดอกมันสะอาดบริสุทธิ์ มันมีคติจากบัว อยู่ 2 อย่าง คือเมื่อก่อนผมเคยอยู่ฉะเชิงเทราหลังบ้านเป็นคูน้ำ ชาวบ้านเขาปล่อยน้ำลงไปสกปรก เขียวไม่สะอาดเลยเราก็เอาบัวไปปลูก ชื่อแกสโตน เวลาดอกมันขึ้นมามันขาวสะอาดบริสุทธิ์น่ารักมาก มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าเวลาตัวไม่ดีอย่าไปโทษสิ่งแวดล้อม ตัวเราเองต่างหาก บัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สกปรกอย่างนั้นยังออกดอกมาขาวบริสุทธิ์ อีกอย่างก็คือเวลาบัวมันบาน อันนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ในดอกบัวนั้นจะเจอแมลงจะตายอยู่กลางดอก แมลงจะลงไปกินน้ำหวาน มันของงามๆ มากๆ ต้องระวังอาจจะโหดก็ได้" อาจารย์ให้แง่คิด

การลงทุน การตลาด

อาจารย์บอกว่า การเลี้ยงบัวระยะเวลา 10 ปีแรก ได้กำไรสุทธิ 1 ล้านบาท โดยไม่คิดค่าแรง พื้นที่ก็เล็กกว่า 1 งาน หลังจากนั้นมาอยู่ที่บ้านวังหินกำไรที่ได้เฉลี่ยแล้วประมาณปีละแสนบาท คิดทุกอย่างแต่ไม่คิดค่าแรงเช่นกัน โดยมีผู้ช่วยอีกสองคนคอยดูแลทุกอย่างตั้งแต่เริ่มการปลูกการเลี้ยงการดูแล

ทางด้านการตลาดนั้น อาจารย์เล่าว่า โชคดีที่รู้จักร้านขายบัวถึงสามร้าน คือ ร้านอังกาบ ร้านศรีอัมพร และอีกร้านคือร้านโฮมการ์เด้น แต่ตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว สามร้านนี้รับบัวของอาจารย์มาตลอดไปเจอเขากำลังขายแล้วถามว่าสนใจบัวไหม จะเอามาให้ หลังจากนั้นก็เลยติดต่อกันมาตลอด หลักการตลาดของอาจารย์ไม่เหมือนเจ้าอื่นๆ เป็นเพราะว่าการทำธุรกิจไม่ได้ทำแบบพ่อค้าแต่ว่าทำแบบที่เป็นครู เช่นว่าถ้าคุณขายเหลือผมก็เอากลับคืนมาแล้วเอาต้นใหม่ไปเอามาดูแลใหม่ เรื่องเงินก็ไม่ได้เข้มงวดอะไร เมื่อไรทางร้านพร้อมจะจ่ายก็จ่ายเข้าธนาคารให้ บางคนก็มีข้ามปีไม่ได้เงินเลยเป็นเงินหลายบาท

ปัญหาที่พบหลังจากซื้อไปปลูก

ปัญหาที่พบมากก็คือบัวจะตาย สาเหตุมาจากบัวมันอยู่ในน้ำเขาเอาไปปลูกในดินโคลนเหลวๆ รากมันไม่มีที่เกาะก็ตายได้ หลักสำคัญคือต้องปลูกลงในดินที่ชื้นๆ อัดให้แน่นแล้วถึงค่อยๆ ใส่น้ำ เขานึกว่าบัวมันขึ้นในโคลนจริงๆ มันไม่ได้ขึ้นในโคลนนะ อย่างบัวสายตามท้องนามันไม่ได้ขึ้นในโคลนมันขึ้นในดินแข็งโคลนปิดข้างบนเฉยๆ อีกอย่างบัวบางอย่างพอมันสะเทือนมันยุบไป บางคนคิดว่าตายแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ตายมันรอขึ้นใหม่

"การจัดจำหน่ายให้กับลูกค้านั้นตั้งแต่ทำมาใช้เวลาเก็บเกี่ยว 2 สัปดาห์/ครั้ง เว้นแต่จะสั่งพิเศษ โดยส่งเองมาจนถึงปัจจุบันนี้ พอบัวโตมีดอกดีแล้วดอกเริ่มจะบานจะแพ็กด้วยถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เทน้ำออกจากกระถางบัวแล้วใส่ลงไปในถุงให้มีลมอยู่ภายในแล้วปิดป้ายชื่อรัดด้วยยาง บรรทุกด้วยรถเก๋งสามารถบรรจุได้ถึง 55-60 กระถาง ส่งให้กับร้านค้าที่ตลาด อ.ต.ก. การจำหน่ายที่บ้านก็มีบ้างประปรายสำหรับผู้ที่ต้องการรับบัวไปจำหน่าย สุดท้ายอาจารย์ยังแนะนำอีกว่าการปลูกบัวนั้นควรดูแลการเพาะเลี้ยงสม่ำเสมอและคิดค้นสายพันธุ์ใหม่ออกสู่ตลาดให้เป็นที่ยอมรับ" อาจารย์เล่า

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบัวไม้ดอกไม้ประดับของไทยเราสามารถโทร.สอบถามไปพูดคุยกับอาจารย์ธานี

หรือติดต่อตามที่อยู่โทร. (01) 831-4724, (038) 674-825

บ้านมือสอง คอนโด condo บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านเช่า ที่ดิน
วันที่ : 29 พฤษภาคม 2548
จำนวนผู้อ่าน : 10088 ครั้ง
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ
ซื้อคอนโดมือสองก็ต้องละเอียด (ดู 10860 ครั้ง)
การจัดเก็บค่าส่วนกลางยังเป็นปัญหาเรื้อรัง (ดู 9618 ครั้ง)
ขั้นตอนจดทะเบียนนิติบุคคล (ดู 10685 ครั้ง)
ประกันภัยบ้านต้องทำอะไรบ้าง (ดู 10747 ครั้ง)
คอนโดริมน้ำกำลังเป็นที่นิยม (ดู 9942 ครั้ง)
ใครดีใครร้ายในปีมะเส็ง 56 (ดู 10087 ครั้ง)
ฮวงจุ้ย ทิศหัวเตียงหรือหัวนอน (ดู 12855 ครั้ง)
ข้อดีของการซื้อบ้านจัดสรร (ดู 11661 ครั้ง)
จะซื้อบ้านจัดสรรฟังทางนี้ (ดู 4533 ครั้ง)
เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรถึงทางตัน (ดู 4623 ครั้ง)
บ้านไม้สไตล์พรีแฟบ (ดู 5300 ครั้ง)
เลือกบ้านสำเร็จรูปแบบไหนดี (ดู 4719 ครั้ง)
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (ดู 4846 ครั้ง)
รู้ทันก่อนซื้อประกันภัยบ้าน (ดู 4467 ครั้ง)
จัดตั้งนิติบุคคลฯแล้วจะเป็นอย่างไร (ดู 4150 ครั้ง)
ตรวจสอบเบื้องต้นง่ายๆ หลังแผ่นดินไหว (ดู 3882 ครั้ง)
กฏหมายว่าด้วยรั้วบ้าน (ดู 4922 ครั้ง)
ขั้นตอนจัดตั้งนิติบุคคล บ้านจัดสรร (ดู 5104 ครั้ง)
เตรียมเสนอขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ดู 3964 ครั้ง)
เทรนด์ การซื้อขายบ้านมือสอง (ดู 4320 ครั้ง)
หน้าที่ของผู้ซื้อฯกับนิติบุคคลฯ (ดู 4614 ครั้ง)
สิทธิของเจ้าของห้องชุด (ดู 4510 ครั้ง)
บทบาทเจ้าของร่วมอาคารชุด (ดู 4120 ครั้ง)
ทำไมต้องจ่ายค่าส่วนกลาง (ดู 4812 ครั้ง)
ห้องไม่เรียบร้อย อย่ารับโอน (ดู 4795 ครั้ง)

Google
 
ขายบ้าน, คอนโด มือสอง, บริษัทนายหน้า, โบรกเกอร์, รับฝากขายบ้าน, ขายบ้าน, realtor, agency, บริษัท ขายบ้าน, ตัวแทน นายหน้า, รับฝากขาย, ซื้อขายบ้าน, ฝากขายบ้าน นายหน้า ขายบ้าน, บ.นายหน้า ขายบ้าน, โบรกเกอร์, ซื้อขายบ้าน, รับฝากขายบ้าน, ตัวแทนนายหน้า, โบรกเกอร์บ้าน, นายหน้าบ้าน, ตัวแทนบ้าน ขายบ้าน ตกแต่งบ้าน ฟอร์นิเจอร์ ออกแบบ บ้าน ซื้อขาย บ้าน, รับออกแบบ บ้าน, รวมแบบบ้านแบบ บ้าน, ตกแต่งภายใน บ้าน, interior design ออกแบบ บ้าน, interior รับออกแบบ บ้าน, Architecture รับออกแบบ บ้าน, ตกแต่งบ้าน, ตกแต่งภายใน, Mudahouse, ตกแต่งภายใน, รับเหมา ก่อสร้างบ้าน, บริษัท ก่อสร้าง
ติดต่อลงโฆษณา : ududee@msn.com
โทรศัพท์: 08-9180-5710
Copyright ©2005-2012 Hometophit All rights reserved