คอนโด, บ้านจัดสรร, บ้านโครงการ,คอนโดมิเนียม,บ้านเดี่ยว, บ้านมือสอง,บ้านเช่า,ขายบ้าน, ที่ดิน, ตกแต่งบ้าน
อัพเดตล่าสุดวันที่ 17/12/2560 เจ้าของโครงการแนะนำโครงการฟรีคลิก
หน้าแรก | บ้าน คอนโด บ้านมือสอง | ประกาศ ซื้อขายบ้าน คอนโด ที่ดิน | สินเชื่อ | ตกแต่งบ้าน | เรื่องน่ารู้ | ไลฟ์สไตล์ | สนทนาเรื่องบ้าน | ลงประกาศซื้อขายฟรี
 
User Name
Password
เมนูหลัก
สมัครสมาชิก ลงประกาศ
ลืมรหัสผ่าน
ลงประกาศซื้อขาย
ค้นหาประกาศซื้อขาย
คู่มือซื้อขายบ้าน
สนทนาเรื่องบ้าน
ติดต่อสอบถาม

12 วิธีประหยัดไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด

12 วิธีประหยัดไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด

1. ใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพ

          เปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้มาใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ (CFLs) แทน  หลอดฟลูออเรสเซนต์ใช้ไฟน้อยกว่าหลอดไส้ถึง 4 เท่า และใช้งานได้นานกว่า 8 เท่า (8,000 ชั่วโมงแทนที่จะได้แค่ 1,000 ชั่วโมง) ตัวอย่างเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ขนาด 18 วัตต์ จะใช้แทนหลอดไส้ขนาด 75 วัตต์ แบบเก่าได้ หลอดฟลูออเรสเซนต์จะมีราคาแพงกว่า แต่คุณจะเปลี่ยนหลอดใหม่น้อยกว่าถึง 8 เท่า และยังกินไฟน้อยกว่าด้วย ซึ่งนั่นทำให้มันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในบ้าน  อย่างน้อยที่สุด ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แทนหลอดไส้ในโคมไฟทุกดวงที่ใช้งานวันละ 30 นาทีขึ้นไป

          ถ้าเป็นหลอดตะเกียบจะยิ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม และใช้งานได้นานกว่า 10,000-20,000 ชั่วโมง เพียงแค่ใช้หลอดตะเกียบกับบัลลาสต์และสตาร์ตเตอร์แบบใหม่ที่ไม่ต้องรอกระพริบและไฟติดสว่างทันทีก็จะเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก 20 เปอร์เซนต์  ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือ หลอดฟลูออเรสเซนต์พร้อมขายึด  บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของขายึดจะมีอายุการใช้งานนานถึง 40,000 ชั่วโมง และสามารถแยกเปลี่ยนเฉพาะหลอดไฟได้ในราคาที่ต่ำกว่า  ทั้งหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดตะเกียบจะหาได้ในขายึดแบบที่ปรับแสงสลัวได้  นี่เป็นสิ่งที่พิ่มทั้งความสะดวกสบาย ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และยังยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟได้อีกด้วย

          สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ควรหลีกเลี่ยงโคมไฟแบบฝังที่ใช้หลอดฮาโลเจน ซึ่งโดยปกติใช้พลังงานถึง 300 วัตต์หรือมากกว่านั้นเพื่อผลิตความร้อน

          ปริมาณมาก และร้อนมากจริงๆ คือประมาณ 500 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนขนาดนี้สามารถก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่รุนแรงและเป็นชนวนให้เกิดไฟไหม้ได้  นอกจากนี้ ในช่วงวันที่อากาศร้อนในหน้าร้อนก็ยิ่งไม่ควรอยู่ใกล้หลอดฮาโลเจนเลย  ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบฝังจะใช้พลังงานเพียงแค่ 50-80 วัตต์ ที่  40 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานได้มากและยังปลอดภัยต่อชีวิตของคุณด้วย

          นอกจากนี้ คุณควรใส่ใจในเรื่องหลอดไฟประจำจุดต่างๆ  รู้จักเลือกใช้วัตถุสะท้อนแสงและหลอดไฟตามทางเพื่อให้แสงสว่างเฉพาะจุดที่คุณต้องการ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีก 50 เปอร์เซนต์ และทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นด้วย

          การวางแผนที่ดีในการใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 8 เท่า

          เมื่อหลอดฟลูออเรสเซนต์หมดอายุการใช้งาน ควรหาวิธีกำจัดที่เหมาะสม เพื่อที่สารปรอทที่อยู่ข้างในจะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ และถึงแม้ไม่ได้นำไปรีไซเคิล หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะหลอดกินไฟและหลอดฮาโลเจนที่ไร้ประสิทธิภาพนั้นจะก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงมากได้ ทั้งนี้รวมถึงการปล่อยสารปรอทจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน (แต่ทางที่ดี ควรนำหลอดฟลูออเรสเซนต์ไปรีไซเคิล)

          การเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสูงยังทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีผลดี คือ เพิ่มความสะดวกสบายและสุขภาวะที่ดี แต่ในอีกแง่หนึ่งมันทำให้สิ้นเปลืองไฟได้ อย่างเช่น การเปิดไฟทิ้งไว้ขณะที่เราไม่ได้ใช้ เช่น เวลาออกจากห้อง เพราะเราเข้าใจผิดว่า การเปิดๆ ปิดๆ หลอดฟลูออเรสเซนต์นั้นสิ้นเปลือง แต่โดยหลักทั่วไปแล้ว เราควรปิดไฟเสมอเมื่อออกจากห้องหรือบ้าน

2. เลือกเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ

          เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจะกินไฟน้อยกว่าเครื่องใช้ประเภทเดียวกันที่ด้อยประสิทธิภาพ 2 ถึง 10 เท่า และโดยมากยังมีคุณภาพดีกว่าและใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย พูดง่ายๆ คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งไฟและเงินได้มาก

          ในหลายประเทศมีกฎข้อบังคับที่ต้องติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพไว้ในเครื่องใช้แทบทุกประเภท ในยุโรป รูปแบบฉลาก A++ หมายถึงประสิทธิภาพที่ดีที่สุด รองลงไปก็คือ A+, A, B, D ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพที่ลดหลั่นลงไปตามลำดับ ในสหรัฐอเมริกา มีการใช้สัญลักษณ์ดาวในฉลากพลังงาน และสำหรับประเทศไทยใช้ตัวเลข 1, 2, 3, 4, 5 เพื่อบอกถึงประสิทธิภาพการประหยัดไฟ ฉลากเบอร์ 5 หมายถึง ประหยัดไฟได้มากที่สุด


3. ตู้เย็น

          ควรซื้อตู้เย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งกินไฟประมาณ 100 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกาถึง 10 เท่า และน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในยุโรป 4 เท่า

          ข้อควรสังเกต คือ การใช้พลังงานของตู้เย็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดโดยมากไม่เกี่ยวข้องกับขนาดของตู้เย็น ทุกวันนี้ตู้เย็นขนาด 400 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในท้องตลาดกินไฟเพียง 106 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น
 
          ตู้เย็นประสิทธิภาพสูงจะมีราคาแพงกว่าตู้เย็นทั่วไปประมาณ 5-15 เปอร์เซ็นต์ แต่จะช่วยคุณประหยัดได้มากทั้งเงินและการใช้ไฟ และมีอายุการใช้งานนานกว่า ไม่ต้องซ่อมบ่อย และเครื่องไม่ส่งเสียงดังด้วย

          ควรหลีกเลี่ยงตู้เย็นที่มีช่องแช่แข็งในตัวหากคุณมีตู้แช่แข็งต่างหากอยู่แล้ว ตู้เย็นรุ่นที่มีช่องแช่แข็งในตัวมีประสิทธิภาพด้อยกว่าและทำให้พื้นที่ทำความเย็นลดลงอีกด้วย

4.  ตู้แช่แข็ง

          สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การซื้อตู้เย็น 2 ประตู ที่มีส่วนทำความเย็นและช่องแช่แข็งแยกประตูกันจะดีกว่าซื้อตู้เย็น 1 เครื่อง และตู้แช่แข็งอีก 1 เครื่อง

          สำหรับตู้เย็นแบบที่มีช่องแช่แข็งในตัวนั้น ช่องแช่แข็งที่อยู่ด้านบนหรือด้านล่างของตู้เย็นจะดีกว่าแบบที่ประตูอยู่ข้างกัน และแน่นอนว่าในการเลือกซื้อตู้เย็น

          คุณควรจะเปรียบเทียบอัตราการใช้ไฟเสมอ โดยสังเกตที่ฉลากประหยัดไฟ และมองหาตู้เย็นที่มีเทคโนโลยี Greenfreeze

          ตู้เย็น 2 ประตูที่มีช่องแช่แข็งในตัวซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศนี้กินไฟเพียงแค่ 137 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี

          ตู้แช่แข็งรุ่นที่ดึงประตูเปิดออกข้างจะมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นที่เปิดประตูขึ้นข้างบน สำหรับตู้แช่แข็งจะไม่เหมือนตู้เย็นตรงที่ขนาดของมันมีผลต่อการใช้ไฟ

          ตู้แช่แข็งเครื่องใหญ่จะกินไฟมากกว่า ดังนั้นอย่าซื้อตู้แช่แข็งที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น โดยเฉพาะหากคุณอาศัยอยู่ใกล้ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า

          ตู้แช่แข็งรุ่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในท้องตลาด ขนาดความจุ 300 ลิตร จะกินไฟเพียง 180 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และขนาดใหญ่ 450 ลิตร กินไฟ 240 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ส่วนตู้แช่แข็งแบบประตูเปิดขึ้นข้างบน รุ่นที่มีคุณภาพจะกินไฟตั้งแต่ 170 กิโลวัตต์ชั่วโมง สำหรับรุ่นความจุ 190 ลิตร จนถึง 220 กิโลวัตต์ชั่วโมง สำหรับรุ่นความจุ 310 ลิตร

5.  เครื่องซักผ้า

          -  ควรซื้อเครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่า 0.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อรอบการซัก

          -  พิจารณาเครื่องซักผ้ารุ่นที่มีระบบ ‘เติมน้ำร้อน’ ซึ่งต่อตรงกับเครื่องทำน้ำร้อนชนิดใช้แก๊สที่มีประสิทธิภาพ เพราะการใช้แก๊สทำน้ำร้อนใช้ไฟเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์เติมน้ำร้อนต้องทำตามคำแนะนำอย่างถูกวิธี

          -  ตรวจสอบจากฉลากพลังงาน  ในยุโรป ฉลาก A+/A/A จะรับประกันประสิทธิภาพพลังงานที่ดีที่สุด และให้ผลการซักและการปั่นหมาดดีที่สุด

          -  หากใช้เครื่องอบผ้า ต้องแน่ใจว่าเครื่องซักผ้าของคุณมีความเร็วรอบในการปั่นที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที

          -  เครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะประหยัดน้ำได้มากขึ้นเป็นสองเท่า คือ 1,500 ลิตรต่อปี

6. เครื่องอบผ้า

          เครื่องอบผ้ารุ่นเก่าต้องใช้กำลังไฟแรงมาก จึงมีชื่อเรียกว่ารุ่น Condensation เป็นรุ่นที่ไม่มีท่อระบาย ซึ่งจะยิ่งใช้ไฟมากขึ้นไปอีก

          การตากผ้ากลางแจ้งจะช่วยประหยัดไฟได้ถึง 3-4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อรอบการซัก

          หากคุณไม่สามารถตากผ้าบนราวตากผ้าได้ ก่อนอื่นคุณต้องแน่ใจว่าเครื่องซักผ้าของคุณมีรอบการปั่นอยู่ที่ 1,600 หรือถึง 1,800 รอบต่อนาที ซึ่งนี่ใช้พลังงานเกือบครึ่งหนึ่งของการตากผ้า การปั่นแห้งใช้ไฟน้อยกว่าการอบผ้าด้วยความร้อนถึง 20 เท่า

          เทคโนโลยีในการอบผ้ามีอยู่ 2 ประเภทที่ใช้พลังงานน้อยมาก นั่นคือ เครื่องอบผ้าแบบใช้แก๊ส และเครื่องอบผ้าแบบใช้ปั๊มความร้อนไฟฟ้า เครื่องอบผ้าแบบใช้แก๊สเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานที่หนักมาก โดยใช้ไฟน้อยลง 60 เปอร์เซนต์ (รวมแก๊ส) และทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น 40 เปอร์เซนต์  ส่วนเครื่องอบผ้าแบบใช้ปั๊มความร้อนจะใช้ไฟฟ้าเพียงครึ่งหนึ่งของเครื่องอบผ้ารุ่นเก่า แต่ราคาค่อนข้างแพงกว่า

7. เครื่องล้างจาน

          เครื่องล้างจานที่มีประสิทธิภาพจะกินไฟไม่เกิน 1 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อรอบการล้าง เปรียบเทียบกับรุ่นทั่วไปโดยเฉลี่ยซึ่งกินไฟ 1.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง

          เครื่องล้างจานรุ่นที่มีระบบ ‘เติมน้ำร้อน’ ซึ่งต่อตรงกับเครื่องทำน้ำร้อนชนิดใช้แก๊สที่มีประสิทธิภาพ  ในกรณีนี้ แก๊สเป็นตัวทำให้น้ำร้อนแทนการใช้ไฟฟ้า ดังนั้นจะทำให้ประหยัดไฟลงได้ 50 เปอร์เซนต์ หรืออาจจะมากถึง 90 เปอร์เซนต์ สำหรับเครื่องล้างจานรุ่นยอดนิยม นี่เป็นเพราะว่าแก๊สมีประสิทธิภาพเกือบสองเท่าของไฟฟ้าในการทำให้น้ำร้อน ข้อควรจำคือ การติดตั้งอุปกรณ์เติมน้ำร้อนต้องทำตามคำแนะนำอย่างถูกวิธี

8. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยี

          -    คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คกินไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 5 เท่า
          -    หากคุณซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกจอ LCD แทนที่จะเป็นจอ CRT ที่ตกรุ่นไปแล้ว
          -    คอมพิวเตอร์ของคุณควรมีระบบจัดการพลังงาน การพักหน้าจอไม่ได้ช่วยประหยัดพลังงาน
          -    ตรวจสอบดูว่าคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับระบบจัดการพลังงานแบบ Speedstep รุ่นใหม่ๆ หรือไม่
          -    การปิดสวิตช์คอมพิวเตอร์จะช่วยยืดอายุการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้นานขึ้น การปล่อยให้คอมพิวเตอร์เปิดใช้ งานตลอดทั้งปีจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 1,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือเกือบจะเท่ากับปริมาณการใช้ไฟ ทั้งหมดของบ้านที่มีประสิทธิภาพทางพลังงานสูง
          -    ควรใช้แผงพลังงานแผงเดียวสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ บรอดแบนด์โมเด็ม สแกนเนอร์ พรินท์เตอร์ มอนิเตอร์ และลำโพง และเมื่อไม่ใช้เครื่องควรปิดสวิตช์ ซึ่งจะกินไฟน้อยกว่าการเปิดเครื่องไว้ในโหมดแสตนบาย 200 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปีหรือมากกว่านั้น 
          -    ลดการสั่งพิมพ์เอกสารให้น้อยลง  เลเซอร์พรินท์เตอร์ใช้ไฟมากกว่าอิงค์เจ็ทพรินเตอร์


9. ตัดการสูญเสียจากการ standby (ตัวดูดพลังงานที่ร้ายแรง)

          เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ กินไฟแม้ขณะที่เราปิดเครื่อง สำหรับ ทีวี เครื่องเล่นและบันทึกวิดีโอ เครื่องรับส่งเอกสาร เครื่องเสียงระบบไฮไฟ จอคอมพิวเตอร์ กล่องเคเบิล และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทางสายโทรศัพท์ เหล่านี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 40-120 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี รวมความสูญเสียในครัวเรือนทั้งสิ้นอาจมากถึงหลายร้อยกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ทั้งหมดนี้นับเป็นความสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด

          ทางออกที่ดีที่สุด คือ ซื้อเครื่องใช้ที่กินไฟในการใช้พลังงานสำรองต่ำมากๆ   การใช้พลังงานสำรองมีบอกไว้ในคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์และสามารถตรวจสอบได้ก่อนซื้อ  สำหรับเครื่องใช้ส่วนมากควรจะอยู่ที่ราวๆ 0.5-1 วัตต์ต่อชั่วโมง หรือ 4-8 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี จำไว้เสมอว่าค่าใช้จ่ายของพลังงานที่เสียไปในโหมด stand by ตลอดอายุการใช้งานอาจจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้เหล่านี้ก็ได้

          ปลั๊กเสียบพ่วงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการลดการสูญเสียพลังงานในโหมด stand by เพราะปิดสวิตช์เพียงครั้งเดียวสามารถปิดการทำงานของเครื่อง

          ใช้ไฟฟ้าได้พร้อมกันหลายเครื่อง และใช้เงินลงทุนเพียงร้อยกว่าบาท แต่ประหยัดไฟได้มากกว่า 100 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี

          ในปี 2000 ประเทศในสหภาพยุโรป 15 ประเทศ สูญเสียพลังงานจากการ stand by อุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือนรวมทั้งสิ้นประมาณ 94 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือมีค่าเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ 12 โรง  การเติบโตอย่างรวดเร็วของ ICT และ อุปกรณ์ multimedia ที่ไร้ประสิทธิภาพ  อาจทำให้ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในอีก 10 ปี


10.   อย่าใช้เครื่องต้มน้ำไฟฟ้าหรือเครื่องทำน้ำร้อน สำหรับน้ำร้อน
       ( “Heat the water, not the sky !” ) ต้มน้ำให้ร้อน ไม่ใช่ต้มฟ้าให้ร้อน

          เครื่องต้มน้ำไฟฟ้ากินไฟประมาณ 3,200 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี (ค่าเฉลี่ยในประเทศอุตสาหกรรม) เท่ากับพลังงานที่คน 3 คนในบ้านใช้รวมกัน แต่การผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าถ่านหิน แก๊ส หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และจากนั้นก็ส่งต่อพลังงานไฟฟ้าผ่านสายส่งไปยังบ้านเรือนคิดเป็นความร้อน 9,600 กิโลวัตต์ชั่วโมง พลังงานไฟฟ้าที่สูญเปล่าประมาณ 2 ใน 3 ของพลังงานโดยคร่าวๆ นั้นหายไปตั้งแต่ก่อนถึงบ้านคุณ ดังนั้นการใช้แก๊สหรือน้ำมันโดยตรงเพื่อต้มน้ำร้อนจะช่วยลดการใช้พลังงานไปได้ 3,800 กิโลวัตต์ชั่วโมง

          ในเขตภูมิอากาศอบอุ่น เครื่องต้มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สามารถลดตัวเลขนั้นลงได้ครึ่งหนึ่ง เป็น 1,900 กิโลวัตต์ชั่วโมงในสภาพภูมิอากาศร้อนปานกลาง (และยิ่งลดลงอีกในเขตภูมิอากาศร้อน) นั่นคือสามารถประหยัดพลังงานได้ทั้งสิ้นประมาณ 5 เท่าของพลังงานที่ใช้ในเครื่องต้มน้ำไฟฟ้า

          อย่างไรก็ตาม อย่าใช้เครื่องต้มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงกว่าการใช้แก๊สต้มน้ำเพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของเครื่องต้มน้ำไฟฟ้านั้นมากกว่าเงินที่ประหยัดได้เพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องต้มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาก


11. ใช้ฝักบัวอาบน้ำ

          ฝักบัวประหยัดน้ำให้ความสะดวกสบายมาก และใช้น้ำเพียงแค่ครึ่งเดียว คือเท่ากับ 5-7 ลิตรต่อนาที แทนที่จะต้องเสียน้ำถึง 10-18 ลิตรต่อนาที

          น้ำร้อนใช้พลังงานมากเป็นอันดับสองของพลังงานที่ใช้ในครัวเรือน รองจากเครื่องทำความร้อน ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ การใช้ฝักบัวอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพจะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 1,500 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หากมีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นด้วย หรือประหยัดความร้อนได้ 1,900 กิโลวัตต์ชั่วโมง ถ้าใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สหรือระบบใช้น้ำมัน  ทั้งหมดนี้คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นจากราคาของฝักบัวอาบน้ำเพียงไม่กี่ดอลลาร์หรือไม่กี่ยูโรเท่านั้น  ตลอดอายุการใช้งาน 10 ปี ฝักบัวจะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 70,000 ลิตรทีเดียว

          การใช้ฝักบัวประหยัดน้ำร่วมกับเครื่องทำน้ำอุ่นระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยลดความต้องการใช้พลังงานลงเหลือเพียง 950 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือน้อยกว่าเมื่อใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าร่วมกับฝักบัวอาบน้ำแบบเดิมๆ เกือบ 10 เท่า


12. อย่าใช้เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า

          เหตุผลเดียวกับเครื่องต้มน้ำไฟฟ้า  แทนที่จะใช้เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า เราควรใช้วัสดุที่ทำเป็นฉนวนกันความร้อนเพิ่ม และจะดีที่สุดถ้าทำให้บ้านคุณอุ่นขึ้นด้วยการใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ อย่างเช่นเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เครื่องทำความร้อนระบบแก๊สก็ยังคงดีกว่าระบบไฟฟ้าอยู่มาก

 

บ้านมือสอง คอนโด condo บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านเช่า ที่ดิน
วันที่ : 24 มกราคม 2555
จำนวนผู้อ่าน : 2383 ครั้ง
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ
ซื้อคอนโดมือสองก็ต้องละเอียด (ดู 5188 ครั้ง)
การจัดเก็บค่าส่วนกลางยังเป็นปัญหาเรื้อรัง (ดู 4034 ครั้ง)
ขั้นตอนจดทะเบียนนิติบุคคล (ดู 4995 ครั้ง)
ประกันภัยบ้านต้องทำอะไรบ้าง (ดู 4786 ครั้ง)
คอนโดริมน้ำกำลังเป็นที่นิยม (ดู 4503 ครั้ง)
ใครดีใครร้ายในปีมะเส็ง 56 (ดู 4470 ครั้ง)
ฮวงจุ้ย ทิศหัวเตียงหรือหัวนอน (ดู 6813 ครั้ง)
ข้อดีของการซื้อบ้านจัดสรร (ดู 5504 ครั้ง)
จะซื้อบ้านจัดสรรฟังทางนี้ (ดู 2486 ครั้ง)
เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรถึงทางตัน (ดู 2397 ครั้ง)
บ้านไม้สไตล์พรีแฟบ (ดู 3086 ครั้ง)
เลือกบ้านสำเร็จรูปแบบไหนดี (ดู 2514 ครั้ง)
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (ดู 2506 ครั้ง)
รู้ทันก่อนซื้อประกันภัยบ้าน (ดู 2432 ครั้ง)
จัดตั้งนิติบุคคลฯแล้วจะเป็นอย่างไร (ดู 2153 ครั้ง)
ตรวจสอบเบื้องต้นง่ายๆ หลังแผ่นดินไหว (ดู 1903 ครั้ง)
กฏหมายว่าด้วยรั้วบ้าน (ดู 2748 ครั้ง)
ขั้นตอนจัดตั้งนิติบุคคล บ้านจัดสรร (ดู 2821 ครั้ง)
เตรียมเสนอขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ดู 2083 ครั้ง)
เทรนด์ การซื้อขายบ้านมือสอง (ดู 2344 ครั้ง)
หน้าที่ของผู้ซื้อฯกับนิติบุคคลฯ (ดู 2389 ครั้ง)
สิทธิของเจ้าของห้องชุด (ดู 2382 ครั้ง)
บทบาทเจ้าของร่วมอาคารชุด (ดู 2186 ครั้ง)
ทำไมต้องจ่ายค่าส่วนกลาง (ดู 2625 ครั้ง)
ห้องไม่เรียบร้อย อย่ารับโอน (ดู 2661 ครั้ง)

Google
 
ขายบ้าน, คอนโด มือสอง, บริษัทนายหน้า, โบรกเกอร์, รับฝากขายบ้าน, ขายบ้าน, realtor, agency, บริษัท ขายบ้าน, ตัวแทน นายหน้า, รับฝากขาย, ซื้อขายบ้าน, ฝากขายบ้าน นายหน้า ขายบ้าน, บ.นายหน้า ขายบ้าน, โบรกเกอร์, ซื้อขายบ้าน, รับฝากขายบ้าน, ตัวแทนนายหน้า, โบรกเกอร์บ้าน, นายหน้าบ้าน, ตัวแทนบ้าน ขายบ้าน ตกแต่งบ้าน ฟอร์นิเจอร์ ออกแบบ บ้าน ซื้อขาย บ้าน, รับออกแบบ บ้าน, รวมแบบบ้านแบบ บ้าน, ตกแต่งภายใน บ้าน, interior design ออกแบบ บ้าน, interior รับออกแบบ บ้าน, Architecture รับออกแบบ บ้าน, ตกแต่งบ้าน, ตกแต่งภายใน, Mudahouse, ตกแต่งภายใน, รับเหมา ก่อสร้างบ้าน, บริษัท ก่อสร้าง
สอบถามการใช้งาน : homeinfo@hometophit.com ติดต่อลงโฆษณา : sales@hometophit.com
โทรศัพท์: 08-9180-5710
Copyright ©2005-2012 Hometophit All rights reserved