เวียงกาหลงเป็นแหล่งที่เหมาะสมที่สุดในการผลิต เครื่องปั้นดินเผา เพราะแหล่งดินที่นี่ เป็นดินที่มีคุณภาพในการ ผลิตเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อแกร่ง เป็นดินสีขาว มีคุณภาพคล้ายดิน เกาลินมีความเหนียวและยืดหยุ่น
  เวียงกาหลงตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองต่างๆของอาณาจักรล้านนา เตาเผาส่วนใหญ่ตั้ง อยู่ตาม แนวสันเขาระหว่างเวียงป่าเป้า และวังเหนือ แยกจังหวัด เชียงรายและลำปาง ออกจากกัน มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสายจากเหนือ ลงใต้ และมีเส้น ทางตามแนวสันเขา เชื่อมพะเยาและเชียงใหม่ มีกลุ่มชนต่างๆอาศัยอยู่จำนวนมาก และไม่อยู่ในเส้นทาง เดินทัพของพม่าหรือ อยุธยาทำให้เตาเผาเวียงกาหลงอยู่ในทำเล เหมาะสม มีความอุดม สมบูรณ์แลี้ยงตัวได้และปลอดภัยจากการเดินทัพ กลุ่มเตาเผาเวียงกาหลงในปัจจุบันอยู่ในเขต อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงรายและเขต อ.วังเหนือ จ.ลำปาง มีเตาเผาที่พบ แล้วประมาณสองร้อยกว่าเตา ตั้งเรียงรายอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำลาว ทางทิศตะวันตกของเวียงกาหลงเป็นกลุ่มเตาป่าส้าน ทางทิศตะวันออก จะห่างไกลหมู่บ้าน เป็นกลุ่มเตาป่าเหว ป่าหยุม ป่าดงสันกู่ ห้วยเผาและห้วยทราย การสร้างเตาเผามีลักษณะแตกต่างกัน บางเตาสร้างโดยการก่อหรือขุดเป็นโพรงเข้าไป ยังตลิ่งที่สูงชันแล้วสร้างเป็นเตาเผา บางเตาก่อ โดยใช้ดินเหนียวไม่ใช้อิฐหลังคาเตา ใช้ไม้ไผ่ก่อเป็นโครงรูปโค้งแล้วใช้ดินเหนียวหุ้มทับขนาดเตาเผาประมาณ 4.8 x 2 ม. มีปล่องไฟขนาดเล็ก หลังคาต่ำ บริเวณที่ใส่เชื้อเพลิงกว้าง
   เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ กลุ่มที่ 1 ชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบและชนิดเคลือบสีเดียว เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีและสวยงามที่สุด เตาเวียงกาหลงทุกแห่งผลิต งานแบบนี้ ยกเว้นกลุ่มเตาป่าดงและ วังเหนือ ลักษณะที่เห็นได้ง่ายคือเนื้อบาง น้ำเคลือบสีหลักคือเทาหม่น มีสีเขียวเจือบ้างเล็กน้อย ดินเป็นดินเนื้อละเอียด สีขาว สีเหลืองอ่อนและสีเทา ลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะมีมากมายเช่น ชนิดเคลือบสีเดียว ส่วนใหญ่เป็นลายขูดขีดเป็น เส้น ขูดขีดเป็นลายดอกไม้ สำหรับชนิดเขียนลายใต้ เคลือบ เป็นลายข้าวเปลือก ลายพรรณพฤกษา บางลายคล้ายลายจีน ลายรูปคนและ สัตว์ในตำนาน อีกลายที่นิยมคือลายกลีบดอกบัวเรียงรายโดยรอบ รูปทรงของเครื่องปั้นดินเผามีลักษณะหลากหลายเช่น จาน ชาม แจกัน ซึ่ง มีหลายๆแบบ และขนาดต่างๆกัน ตะกียง เต้าปูน หม้อมีฝาปิด ไหขนาดใหญ่ ของ ขนาดเล็ก ของเด็กเล่นหรือใช้ในพิธีกรรมเช่น ตัวหมากรุก ตราประทับ แบบต่างๆ กล้องยาสูบ นกหวีด รูปตัวสัตว์และรอก เป็นต้น กลุ่มที่ 2 กลุ่มเตาป่าหยุมชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบ กลุ่มนี้มีลักษณะพิเศษคือ คล้ายกลุ่มที่ 1 แต่คุณภาพต่ำกว่าคือหนักและเนื้อหยาบกว่า ขอบก้นภาชนะหนาและตัด เป็นสี่เหลี่ยม เนื้อดินหยาบและน้ำเคลือบคุณภาพไม่ดีเท่า กลุ่มที่ 3 กลุ่มเตาป่าดงชนิดเซลาดอน เซลาดอนจากกลุ่มเตาป่าดงนี้มีลักษณะคล้ายกับเซลาดอนของราชวงศ์ซุ่ง ซึ่งเป็น เซลาดอนขนาดแท้และนิยมมาก มีลักษณะที่พิเศษคือเคลือบหนาเป็นมันแวววาว มี รอยรานเป็นเส้นแยกคล้ายร่างแหทั่วภาชนะ มีสีต่างๆกันตั้งแต่สีขาว นวลจนถึง สีเหลืองน้ำผึ้งและสีเขียวมะกอก ก้นภาชนะด้านนอกทาสีชอกโกแลต กลุ่มที่ 4 กลุ่มเตาวังหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นจานชามขนาดใหญ่ ชามและแจกันขนาดเล็ก น้ำเคลือบสีเขียว และแวววาว ส่วนที่น้ำเคลือบบางสี จะซีดส่วนที่หนาสีจะเข้ม โดยเฉพาะตรงขอบ ภาชนะและบริเวณลวดลายจะคล้ายตกผลึก ใสแวววาวมาก และมีลักษณะ เป็นรอย แตกคล้ายกระจกร้าว จานชามบางใบทำเป็นลายขูดขีดจากก้นภาชนะถึงขอบบนเป็น ลายเส้นโค้งขึ้นลง ลักษณะ เด่นที่สุดของจานคือ ขอบจานจะบิดเข้าบิดออกทำให้เกิด รอยหยัก ตัวภาชนะเปราะซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเครื่องปั้นดิน เผาทางเหนือ ไม่นาน มานี้มีการพบเครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาลที่กลุ่มเตาวังเหนือด้วย ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน กลุ่มที่ 5 เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาล เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาลที่เวียงกาหลงนี้ เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด พบเป็นไหสี น้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ คุณภาพต่ำ นอกจากนี้ยังมีพวกสัตว์และแจกันสีน้ำตาลเข้ม บางชิ้นเคลือบเป็นสีน้ำตาลทอง ซึ่งคาดว่าเกิดโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มที่ 6 เคลือบตะกั่วและทองแดง พบในปี ค.ศ.1985 ที่บ้านทุ่งม่าน เป็นภาชนะรูปแบบของเวียงกาหลง แต่ น้ำเคลือบมีส่วนผสมของตะกั่วและทองแดงแล้วเผาในอุณหภูมิต่ำ ส่วนใหญ่เป็น แจกันขนาดเล็ก มีพระพุทธรูป รูปตัวสัตว์ นกหวีดและชามปนอยู่บ้าง |